โป๊กเกอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่คือสนามวัดกึ๋น เล่ห์เหลี่ยม และกลยุทธ์ที่ทำให้นักเสี่ยงโชคทั่วโลกหลงใหล! สำหรับใครที่อยากเข้าวงการล่ารางวัลแต่ไม่อยากปวดหัวกับกฎกติกาที่ซับซ้อน ข่าวดีคือ มีเกมไพ่โป๊กเกอร์หลายรูปแบบที่ออกแบบมาให้เล่นง่าย เข้าใจไว แถมยังมีอัตราการจ่ายรางวัลที่สูงจนสร้างกำไรได้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มต้น หรือเซียนไพ่ที่มองหาเกมทำเงินรวดเร็ว บทความนี้ได้รวบรวม 10 สุดยอดเกมไพ่โป๊กเกอร์เล่นง่าย ได้เงินเยอะ ที่รับประกันความสนุก ตื่นเต้น และพร้อมเปลี่ยนทักษะของคุณให้เป็นเงินก้อนโตได้ทุกวัน
เจาะลึกเกมไพ่โป๊กเกอร์เล่นง่าย
รวม 10 เกมไพ่โป๊กเกอร์และรูปแบบที่พัฒนาต่อยอด ซึ่งได้รับความนิยมสูง กฎไม่ซับซ้อน และทำกำไรได้ดีสำหรับทั้งมือใหม่และเซียนไพ่

1. Texas Hold’em (เท็กซัส โฮลเอ็ม)
เกมโป๊กเกอร์ยอดนิยมอันดับ 1 ของโลก ใช้แข่งขันในศึกชิงแชมป์โลก (WSOP) เป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้โป๊กเกอร์ทุกรูปแบบ
- วิธีการเล่น: ผู้เล่นแต่ละคนได้ไพ่ส่วนตัว (Hole Cards) 2 ใบ และมีไพ่กองกลาง (Community Cards) หงายขึ้น 5 ใบ วางผสมไพ่ในมือกับกองกลางให้ได้ 5 ใบที่ดีที่สุด มีรอบการเดิมพัน 4 รอบ (Pre-flop, Flop, Turn, River)

2. Three Card Poker (โป๊กเกอร์ 3 ใบ)
ถูกออกแบบมาเพื่อให้เล่นแข่งกับดีลเลอร์ในคาสิโนโดยเฉพาะ กฎกติกากระชับ อัตราการจ่ายสูง และรู้ผลแพ้ชนะเร็ว
- วิธีการเล่น: แจกไพ่ให้ผู้เล่นและดีลเลอร์คนละ 3 ใบ (ไม่มีไพ่กองกลาง) ผู้เล่นเลือกวางเดิมพัน Ante จากนั้นดูไพ่ตนเอง หากต้องการสู้ให้ลงเดิมพัน Play เพิ่มเท่ากับ Ante แล้ววัดแต้มกับดีลเลอร์

3. Omaha Hold’em (โอมาฮา โฮลเอ็ม)
คล้าย Texas Hold’em แต่สร้างโอกาสเกิดหน้าไพ่ใหญ่ๆ (เช่น Flush หรือ Full House) ได้บ่อยกว่า ทำเงินก้อนโตได้ไวขึ้น
- วิธีการเล่น: ผู้เล่นได้ไพ่ส่วนตัว 4 ใบ และไพ่กองกลาง 5 ใบ ข้อบังคับสำคัญ: ต้องใช้ไพ่ส่วนตัว 2 ใบ + ไพ่กองกลาง 3 ใบเพื่อประกอบเป็น 5 ใบที่ดีที่สุดเท่านั้น

4. Caribbean Stud Poker (คาริบเบียน สตั๊ด โป๊กเกอร์)
เกมโป๊กเกอร์สไตล์คาสิโนที่ดัดแปลงมาจาก Five-Card Stud มีจุดเด่นตรงแจ็คพอตแบบ Progressive ที่สะสมเงินรางวัลมหาศาล
- วิธีการเล่น: ผู้เล่นวางเดิมพัน Ante และได้ไพ่ 5 ใบ (เปิดไพ่ดีลเลอร์ 1 ใบ) ผู้เล่นตัดสินใจว่าจะสู้ (Raise) หรือยอมแพ้ (Fold) ดีลเลอร์จะเปิดไพ่และต้องมีอย่างน้อย A-K ขึ้นไปถึงจะนับว่าผ่านคุณสมบัติ (Qualify)

5. Pai Gow Poker (ไพ่เก้า โป๊กเกอร์)
การผสมผสานระหว่างโดมิโนจีนโบราณกับโป๊กเกอร์ตะวันตก ความเสี่ยงต่ำเนื่องจากมีโอกาสเสมอ (Push) สูง เหมาะกับการบริหารเงินทุน
- วิธีการเล่น: แจกไพ่คนละ 7 ใบ ผู้เล่นต้องแบ่งไพ่เป็น 2 ชุด คือ ชุด 5 ใบ (Hand สูง) และ ชุด 2 ใบ (Hand ต่ำ) โดยชุด 5 ใบต้องใหญ่กว่าชุด 2 ใบเสมอ แล้วนำทั้งสองชุดไปวัดกับดีลเลอร์

6. Video Poker – Jacks or Better (วิดีโอ โป๊กเกอร์)
เกมโป๊กเกอร์รูปแบบตู้สล็อตที่มีอัตรา House Edge ต่ำที่สุดเกมหนึ่ง หากใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง ค่า RTP สูงถึง 99.5%
- วิธีการเล่น: ระบบแจกไพ่บนจอ 5 ใบ ผู้เล่นเลือกกด “Hold” เก็บไพ่ที่ต้องการไว้ แล้วกดเปลี่ยนไพ่ส่วนที่เหลือ 1 ครั้ง หากได้หน้าไพ่ตั้งแต่คู่ J (Jacks) ขึ้นไปจะได้รับเงินรางวัลตามตารางจ่ายเงิน

7. 5-Card Draw (ไฟฟ์การ์ด ดรอว์)
รูปแบบโป๊กเกอร์คลาสสิกที่ทุกคนคุ้นเคย เป็นคาสิโนโป๊กเกอร์แบบดั้งเดิมที่ฝึกอ่านใจและบลัฟ (Bluff) คู่แข่งได้ดีที่สุด
- วิธีการเล่น: แจกไพ่ปิดคนละ 5 ใบ มีการเดิมพันรอบแรก จากนั้นผู้เล่นสามารถเลือกทิ้งไพ่ในมือและขอจั่วใหม่ได้ตามจำนวนที่ต้องการ ก่อนจะเดิมพันรอบสุดท้ายเพื่อเปิดไพ่ชิงเงินรางวัล

8. Casino Hold’em (คาสิโน โฮลเอ็ม)
ดัดแปลงจาก Texas Hold’em มาเป็นเกมแข่งกับดีลเลอร์ (Player vs Dealer) เหมาะสำหรับคนชอบกติกาโฮลเอ็มแต่ไม่อยากกดดันจากการแข่งกับผู้เล่นอื่น
- วิธีการเล่น: ลงเดิมพัน Ante ได้ไพ่ 2 ใบ และไพ่กองกลาง 3 ใบแรก (Flop) หากต้องการสู้ ให้วางเดิมพัน Call (2 เท่าของ Ante) เพื่อดูไพ่กองกลางอีก 2 ใบที่เหลือแล้ววัดแต้มกับดีลเลอร์

9. 7-Card Stud (เซเว่นการ์ด สตั๊ด)
เคยเป็นโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา ก่อนที่ Texas Hold’em จะเข้ามาแทนที่ ต้องใช้ความจำในการจดจำไพ่ที่เปิดอยู่บนโต๊ะ
- วิธีการเล่น: ไม่มีไพ่กองกลาง ผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับไพ่รวม 7 ใบ (ไพ่ปิด 3 ใบ และไพ่หงาย 4 ใบ) โดยผ่านรอบการเดิมพันทั้งหมด 5 รอบ แล้วเลือก 5 ใบที่ดีที่สุดมาสู้กัน

10. Russian Poker (รัสเซียน โป๊กเกอร์)
โป๊กเกอร์เวอร์ชันคาสิโนที่ให้ความยืดหยุ่นสูง ผู้เล่นสามารถซื้อไพ่เพิ่ม หรือซื้อโอกาสให้ดีลเลอร์เปลี่ยนไพ่ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสชนะและรับเงินรางวัลหลายต่อ
- วิธีการเล่น: ผู้เล่นได้ไพ่ 5 ใบ และสามารถจ่ายเงินเดิมพันเพิ่มเติมเพื่อซื้อไพ่ใบที่ 6 หรือขอเปลี่ยนไพ่ในมือได้ หากชนะด้วยหน้าไพ่ 2 ชุดในมือเดียว (เช่น มีทั้ง Flush และ Pair) จะได้รับเงินรางวัลซ้อนทั้งสองชุด
เปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละเกม
| เกมโป๊กเกอร์ | ระดับความง่าย | สไตล์การเล่น | เหมาะสำหรับ |
| Texas Hold’em | ปานกลาง | แข่งกับผู้เล่น (กลยุทธ์/จิตวิทยา) | คนชอบการแข่งขันและจิตวิทยา |
| Three Card Poker | ง่ายมาก | แข่งกับดีลเลอร์ (เกมเร็ว จบไว) | มือใหม่ เน้นทำเงินรวดเร็ว |
| Omaha Hold’em | ปานกลาง-ยาก | แข่งกับผู้เล่น (คอมโบไพ่ใหญ่) | คนชอบลุ้นไพ่ใหญ่ เงินก้อนโต |
| Caribbean Stud | ง่าย | แข่งกับดีลเลอร์ (มี Progressive Jackpot) | สายลุ้นรางวัลแจ็คพอตใหญ่ |
| Pai Gow Poker | ง่าย-ปานกลาง | แข่งกับดีลเลอร์ (แบ่งไพ่ 2 ชุด/เซฟทุน) | สายบริหารเงิน เล่นได้ยาวนาน |
| Video Poker | ง่าย | แข่งกับระบบ (ใช้ตารางสถิติ) | สายคำนวณ ชอบเล่นคนเดียว |
| 5-Card Draw | ง่าย | แข่งกับผู้เล่น (ขอเปลี่ยนไพ่/บลัฟ) | สายคลาสสิก ชอบอ่านใจคู่แข่ง |
| Casino Hold’em | ง่าย-ปานกลาง | แข่งกับดีลเลอร์ (ดัดแปลงจาก Texas) | คนชอบกติกาโฮลเอ็มแต่ไม่อยากกดดัน |
| 7-Card Stud | ปานกลาง | แข่งกับผู้เล่น (จดจำไพ่หงาย) | สายวิเคราะห์ ชอบใช้ความจำและความเก๋า |
| Russian Poker | ปานกลาง | แข่งกับดีลเลอร์ (ซื้อ/เปลี่ยนไพ่ได้) | สายวางแผน ชอบความยืดหยุ่นและรับเงินซ้อน |
การเลือกเกมให้เหมาะสมกับตัวเอง
การเลือกเกมไพ่โป๊กเกอร์ให้เหมาะกับตัวเอง ควรพิจารณาจาก เป้าหมาย ระดับทักษะ และสไตล์การรับความเสี่ยง ของผู้เล่นเป็นหลัก โดยแบ่งตามกลุ่มผู้เล่นได้ดังนี้
1. มือใหม่ เพิ่งเริ่มต้น หรือเน้นเล่นผ่อนคลาย
- แนวทาง: เลือกเกมแข่งกับดีลเลอร์ กฎกติกากระชับ ไม่ต้องรับแรงกดดันจากการบลัฟหรืออ่านใจผู้เล่นคนอื่น
- เกมที่แนะนำ:
- Three Card Poker: ไพ่ 3 ใบ ตัดสินเร็ว กติกาเข้าใจง่ายที่สุด
- Caribbean Stud Poker: ลุ้นสนุก ได้อารมณ์โป๊กเกอร์แบบไม่ซับซ้อน
2. สายวางแผน เน้นใช้สถิติและลดความเสี่ยง (Play Safe)
- แนวทาง: เลือกเกมที่มีอัตราความได้เปรียบของเจ้ามือ (House Edge) ต่ำ หรือเกมที่ออกแบบมาให้เสมอ (Push) บ่อย เพื่อยืดระยะเวลาเล่นและบริหารเงินทุน
- เกมที่แนะนำ:
- Video Poker (Jacks or Better): ใช้ตารางกลยุทธ์คำนวณสถิติได้ มีค่า RTP สูงถึง 99.5%
- Pai Gow Poker: แบ่งไพ่สองชุด มีโอกาสเสมอสูง เหมาะสำหรับคนชอบเล่นยาวๆ เสียเงินยาก
3. สายแข่งขัน ชอบจิตวิทยา อ่านใจ และใช้ทักษะเต็มรูปแบบ
- แนวทาง: เลือกเกมประเภทแข่งกับผู้เล่นด้วยกันเอง (Player vs Player) ซึ่งชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับกลยุทธ์ การอ่านเกม และการบลัฟ
- เกมที่แนะนำ:
- Texas Hold’em: เกมมาตรฐานระดับโลก วัดกึ๋นและความเก๋า
- 5-Card Draw: เกมคลาสสิกที่ใช้จิตวิทยาในการขอเปลี่ยนไพ่และการบลัฟอย่างแท้จริง
4. สายลุ้นรางวัลใหญ่ ชอบแอ็กชันและความตื่นเต้น
- แนวทาง: เลือกเกมที่มีโอกาสเกิดหน้าไพ่ชุดใหญ่ หรือมีตัวคูณเงินรางวัลและแจ็คพอต
- เกมที่แนะนำ:
- Omaha Hold’em: ได้ไพ่ในมือ 4 ใบ เกิดคอมโบไพ่ใหญ่ (Flush / Full House) บ่อย เงินสะพัดเร็ว
- Russian Poker: มีออปชันซื้อไพ่เพิ่ม และรับเงินรางวัลซ้อนได้หลายต่อในมือเดียว
สรุปแนวทางการตัดสินใจง่ายๆ:
- อยากจบเร็ว รู้ผลไว
Three Card Poker
- อยากเล่นยาวๆ ถนอมทุน
Pai Gow / Video Poker
- อยากใช้ฝีมือ แข่งกับคน
Texas Hold’em
- อยากลุ้นเงินก้อนโต
Omaha / Russian Poker
รูปแบบการเดิมพัน
รูปแบบการเดิมพันในเกมไพ่โป๊กเกอร์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ โครงสร้างจำกัดวงเงินเดิมพัน (Betting Structures) และ แอ็กชันการเดิมพันในแต่ละรอบ (Betting Actions)
1. โครงสร้างการจำกัดวงเงินเดิมพัน (Betting Structures)
- No-Limit (ไม่จำกัดวงเงิน): ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันหรือเกทับ (Raise) เท่าใดก็ได้ตลอดเวลา จนถึงขั้นทุ่มหมดตัก (All-In) พบมากที่สุดใน Texas Hold’em
- Pot-Limit (จำกัดตามขนาดพ็อต): ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันได้สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินรวมที่มีอยู่ในกองกลาง (Pot) ณ ตอนนั้น นิยมใช้ใน Omaha Hold’em
- Fixed-Limit (จำกัดวงเงินตายตัว): กำหนดจำนวนเงินเดิมพันและเกทับไว้ชัดเจนในแต่ละรอบ ไม่สามารถวางเงินเกินกว่าที่กำหนดได้ นิยมใช้ใน 7-Card Stud หรือเกมสไตล์คลาสสิก
2. แอ็กชันการเดิมพันในแต่ละรอบ (Betting Actions)
- Check (ผ่าน): สงวนสิทธิ์การเดิมพันไว้โดยไม่ลงเงินเพิ่ม ใช้ได้เมื่อยังไม่มีใครวางเดิมพันในรอบนั้น
- Bet (เดิมพัน): การเปิดวางเงินเดิมพันคนแรกในรอบนั้นๆ
- Call (ตาม): วางเงินเดิมพันเท่ากับจำนวนที่ผู้เล่นก่อนหน้าลงไว้ เพื่อขอเล่นต่อในรอบนั้น
- Raise (เกทับ): วางเงินเดิมพันเพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนที่ผู้เล่นก่อนหน้าลงไว้ บีบให้คนอื่นต้องลงเงินเพิ่มตามหรือยอมแพ้
- Fold (ยอมแพ้): ทิ้งไพ่ในมือและยอมเสียเงินที่ลงไปแล้วทั้งหมด ไม่ต้องเล่นต่อในมือนั้น
- All-In (เทหมดตัก): วางเงินชิปทั้งหมดที่มีอยู่บนโต๊ะลงในการเดิมพันเดียว
3. รูปแบบการเดิมพันเสริม (Side Bets) ในเกมคาสิโนโป๊กเกอร์
| การเดิมพันเสริม | ลักษณะการจ่ายเงิน | เหมาะสำหรับ |
| Pair Plus | ได้รับเงินรางวัลทันทีหากไพ่ในมือจับคู่ได้ (เช่น Pair, Flush, Straight) โดยไม่ต้องสนว่าดีลเลอร์จะชนะหรือแพ้ | คนชอบลุ้นโบนัสเพิ่มใน Three Card Poker |
| Progressive Jackpot | จ่ายเงินรางวัลแจ็คพอตสะสมก้อนโตเมื่อได้หน้าไพ่ระดับสูงสุด (เช่น Royal Flush) | สายลุ้นเงินเปลี่ยนชีวิตใน Caribbean Stud |
| Ante 20+ / AA Bonus | จ่ายเงินโบนัสเมื่อไพ่ในมือรวมกับไพ่กองกลางได้คู่ A ขึ้นไป | เพิ่มอัตราจ่ายใน Casino Hold’em |
วิธีสมัครสมาชิก
การสมัครสมาชิกเล่นเกมไพ่โป๊กเกอร์ออนไลน์ส่วนใหญ่มีขั้นตอนพื้นฐานที่คล้ายกัน โดยสามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆ ได้ดังนี้
ขั้นตอนการสมัครสมาชิก
- เลือกแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์: เลือกเว็บคาสิโนออนไลน์หรือแอปพลิเคชันโป๊กเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตถูกต้อง และมีระบบความปลอดภัยสูง
- กดปุ่ม “สมัครสมาชิก” (Register / Sign Up): เข้าสู่หน้าเว็บหลักหรือแอปพลิเคชัน แล้วคลิกที่ปุ่มสมัครสมาชิก
- กรอกข้อมูลส่วนตัว:
- ชื่อ-นามสกุล (ต้องตรงกับชื่อบัญชีธนาคารที่จะใช้ฝาก-ถอน)
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ (เพื่อรับรหัส OTP ยืนยันตัวตน)
- ตั้งค่าชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password)
- ระบุข้อมูลการเงิน: เลือกธนาคารและกรอกเลขที่บัญชีสำหรับใช้ในการฝากและถอนเงิน (บางแห่งรองรับ Digital Wallet)
- ยืนยันการสมัคร: กรอกรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตน และเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร
- ฝากเงินเข้าสู่ระบบ: โอนเงินตามช่องทางที่ระบบกำหนดเพื่อใช้เป็นเครดิตในการเดิมพัน และเริ่มเล่นเกมได้ทันที
ข้อควรระวังในการสมัคร
- ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล: ชื่อบัญชีธนาคารและชื่อผู้สมัครต้องตรงกัน 100% ไม่เช่นนั้นอาจมีปัญหาในการถอนเงิน
- ตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย: ควรใช้ตัวอักษรรวมกับตัวเลขเพื่อความปลอดภัยของบัญชี
- ศึกษาเงื่อนไขโบนัส: หากรับโปรโมชันหรือโบนัสต้อนรับสมาชิกใหม่ ควรตรวจสอบเงื่อนไขการทำยอดเทิร์นโอเวอร์ (Turnover) ให้เข้าใจก่อนเสมอ
ขั้นตอนการฝากเงินและถอนเงินรางวัล
ขั้นตอนการฝากและถอนเงินในแพลตฟอร์มโป๊กเกอร์ออนไลน์ออกแบบมาให้สะดวกรวดเร็ว ผ่านระบบอัตโนมัติ (Auto) ซึ่งทำรายการได้ด้วยตนเองดังนี้
ขั้นตอนการฝากเงิน (Deposit)
- เข้าสู่ระบบ: ล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ แล้วเลือกเมนู “ฝากเงิน” หรือ “เติมเงิน”
- เลือกช่องทางการชำระเงิน:
- โอนผ่านบัญชีธนาคาร (Bank Transfer / Mobile Banking)
- สแกน QR Code (PromptPay)
- กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet)
- คัดลอกข้อมูลการโอน: คัดลอกเลขบัญชีธนาคารหรือ QR Code ของระบบ (ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางให้ถูกต้องทุกครั้ง)
- ทำรายการโอนเงิน: ใช้แอปพลิเคชันธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ทำรายการโอนตามยอดที่ต้องการ
- รอระบบปรับเครดิต: โดยทั่วไปยอดเงินจะเข้าสู่บัญชีอัตโนมัติภายใน 1–3 นาที (หากระบบไม่ปรับอัตโนมัติ ให้แนบสลิปแจ้งเจ้าหน้าที่)
ขั้นตอนการถอนเงินรางวัล (Withdrawal)
- ตรวจสอบเงื่อนไขยอดเงิน: ตรวจสอบว่ายอดเงินชนะเดิมพันไม่ติดเงื่อนไขโบนัสหรือยอดเทิร์นโอเวอร์ (Turnover)
- เข้าเมนูถอนเงิน: เลือกเมนู “ถอนเงิน” ในหน้าหลักของบัญชีผู้ใช้
- ระบุจำนวนเงิน: กรอกจำนวนเงินที่ต้องการถอน (ปฏิบัติตามขั้นต่ำหรือสูงสุดที่แพลตฟอร์มกำหนด)
- ยืนยันรายการ: ตรวจสอบเลขบัญชีรับเงิน (ระบบจะล็อคให้ตรงกับบัญชีที่สมัครไว้) แล้วกด “ยืนยันการถอน”
- รับเงินเข้าบัญชี: ระบบจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณโดยอัตโนมัติภายใน 3–5 นาที
ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัย
- โอนจากบัญชีที่ลงทะเบียนเท่านั้น: ห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่นโอนเงินเข้ามาโดยเด็ดขาด เพราะระบบจะไม่ปรับเครดิตให้เพื่อป้องกันการฟอกเงิน
- เก็บสลิปการโอนไว้เสมอ: ควรบันทึกสลิปการโอนเงินไว้เป็นหลักฐานจนกว่ายอดเครดิตจะเข้าสู่ระบบเรียบร้อย
Q: เกมโป๊กเกอร์แบบไหนเล่นง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่?
A: สำหรับเกมโป๊กเกอร์ที่เล่นง่ายและเหมาะกับมือใหม่ที่สุดคือ Three Card Poker เพราะใช้ไพ่เพียง 3 ใบ แข่งกับดีลเลอร์โดยตรง และไม่ต้องใช้กลยุทธ์การบลัฟที่ซับซ้อน
Q: Texas Hold’em กับ Omaha ต่างกันอย่างไร?
A: เกม Texas Hold’em แจกไพ่ส่วนตัว 2 ใบ (เลือกใช้กี่ใบก็ได้) ต่างกับ Omaha ที่แจกไพ่ส่วนตัว 4 ใบ และบังคับให้ต้องใช้ไพ่ส่วนตัว 2 ใบผสมกับไพ่กองกลาง 3 ใบเสมอ
Q: หน้าไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมโป๊กเกอร์คืออะไร?
A: สำหรับหน้าไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมโป๊กเกอร์คือ Royal Flush (รอยัลฟลัช) คือไพ่ดอกเดียวกันเรียงแต้มสูงสุด 5 ใบ ได้แก่ 10, J, Q, K, A
Q: ทำไม Video Poker ถึงได้ชื่อว่าทำกำไรได้ดีที่สุด?
A: เกม Video Poker ได้ชื่อว่าทำกำไรได้ดีที่สุด เพราะมีอัตราความได้เปรียบของเจ้ามือต่ำมาก และมีค่า RTP สูงถึง 99.5% หากผู้เล่นใช้กลยุทธ์คำนวณตามสถิติได้อย่างถูกต้อง